กัมพูชา (Cambodia)

มาตรการ/กฏระเบียบทางการค้ากัมพูชา

b การค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากจะมีรูปแบบการค้าตามปกติที่มีการนำเข้าและส่งออกทางเส้นทางการคมนาคม ต่าง ๆ แล้ว ไทยยังมีการทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านในรูปของ “การค้าชายแดน” อีกด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่ไทยมีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

b การค้าชายแดน เป็นการค้าในรูปแบบต่าง ๆ ของประชาชนหรือผู้ประกอบการค้าที่มีภูมิลำเนาหรือพรมแดนติดต่อกับประเทศ เพื่อนบ้านได้ทำการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน โดยมีมูลค่าครั้งละไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สินค้าอุปโภค สินค้าเกษตร สินค้าที่หาได้จากธรรมชาติ เป็นต้น การค้าชายแดนมีวิธีที่ไม่ยุ่งยาก เน้นความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งมีทั้งการค้าที่ถูกกฎหาย (ผ่านด่านศุลกากร) และที่ผิดกฎหมาย (ลักลอบค้า)

bไทย มีพรมแดนติดต่อกับกัมพูชาเป็นระยะทาง 725 กิโลเมตร มีด่านถาวรที่สามารถส่งออกและนำเข้าสินค้าได้จำนวน 6 แห่ง ทำให้การค้าชายแดนมีบทบาทสูง โดยมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าการค้ารวมระหว่างประเทศทั้งสอง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามีอยู่ 2 ลักษณะ คือ

ba มีลักษณะทั้งในรูปแบบการค้าชายแดนที่แท้จริงคือ เป็นการซื้อขายระหว่างคนในพื้นที่ที่อาศัยอยู่บริเวณจังหวัดชายแดน

ba มีรูปแบบคล้ายกับการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งไม่ได้มีการทำการค้าขายเฉพาะกลุ่ม          ผู้ค้าภายในพื้นที่บริเวณจังหวัดชายแดนเท่านั้น แต่ประกอบด้วยผู้ค้าจากส่วนกลาง และที่อื่น ๆ เข้ามาดำเนินการค้าขายผ่านชายแดน

bกัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีพรมแดนติดต่อกันหลายด้าน โดยทิศเหนือติดกับไทย 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ทิศตะวันตกติดกับไทย 3 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี และตราด และทิศใต้ติดกับอ่าวไทย และมีจุดการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา คือ จุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ และในภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ตราด จันทบุรี และสระแก้ว โดยจุดการค้าผ่านแดนทั้งหมดนี้มีจุดการค้าที่สำคัญ คือ ตลาดโรงเกลือ ที่ตั้งอยู่ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสะแก้ว ซึ่งมีมูลค่าการค้าสูงที่สุด สำหรับจุดการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาทั้งหมดมีดังตารางที่ 12

ตารางที่ 12: จุดการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา

จุดผ่านแดนถาวร

1) บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด - จามเยียม อำเภอมณฑลสีมา จังหวัดเกาะกง
2) บ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว - ปอยเปต อำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย
3) ช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ - โอร์เสม็ด อำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย
4) บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี - บ้านคลองจะกร็อม อำเภอไพลิน จังหวัดพระตะบอง
5) ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ - อัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย
6) บ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี - บ้านกัมเรียง อำเภอไพลิน จังหวัดพระตะบอง

จุดผ่อนปรน

1) บ้านตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว – บ้านบึงตะกวน จังหวัดบันเตียเมียนเจย
2) บ้านหนองปรือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว – บ้านมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย
3) บ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว – พนมได (บ้านกิโล 13) จังหวัดพระตะบอง
4) บ้านซับตารี อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี – บ้านโอลำดวน อำเภอกร็อมเรียง จังหวัดพระตะบอง
5) บ้านบึงชนังล่าง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี – บ้านสวายเวง จังหวัดพระตะบอง
6) บ้านสวนส้ม อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี – บ้านสังกะสี อำเภอกร็อมเรียง จังหวัดพระตะบอง
7) บ้านหมื่นด่าน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด – บ้านศาลเจ้า อำเภอสำรูด จังหวัดพระตะบอง
8) ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี – บ้านสะเตียบกวาง อำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร

จุดผ่อนปรนอื่น ๆ ตามแนวชายแดน ที่ประชาชนมีการติดต่อซื้อขายระหว่างหมู่บ้าน ได้แก่

1) ช่องตาเฒ่า อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ – จังหวัดพระวิหาร
2) ช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ – บ้านจุ๊บโกกี อำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย
3) ช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ – บ้านทะมอโดน อำเภอบันเตียกัมบึน จังหวัดอุดรมีชัย
4) บ้านหนองหญ้าแก้ว กิ่งอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว – บ้านตำบลมุย อำเภอสวายเจก จังหวัดบันเตียเมียนเจย

ba การค้าชายแดนกับการค้าระหว่างไทยกับกัมพูชา
ภาพรวมการค้าชายแดนของไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีนับตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา และเมื่อพิจารณาถึงการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาเปรียบเทียบกับการค้าระหว่าง ประเทศจะเห็นได้ว่าการค้าชายแดนมีสัดส่วนเฉลี่ยร้อยละ 83 ของการค้าระหว่างประเทศ รายละเอียดดังในตารางที่ 13

ตารางที่ 13: เปรียบเทียบมูลค่าการค้าระหว่างประเทศกับมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ในปี 2541-2551

ปี

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ

มูลค่าการค้าชายแดน

2541

13,413
(100 %)

10,041
(75 %)

2542

13,939
(100 %)

10,496
(75 %)

2543

14,230
(100 %)

11,250
(79 %)

2544

21,316
(100 %)

15,743
(74 %)

2545

22,621
(100 %)

18,850
(83 %)

2546

29,184
(100 %)

17,782
(61 %)

2547

30,204
(100 %)

23,530
(78 %)

2548

38,138
(100 %)

31,128
(82 %)

2549

48,326
(100 %)

36,022
(75 %)

2550

48,406
(100 %)

37,354
(77 %)

2551

70,052
(100 %)

50,299
(72%)

ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร (มูลค่า: ล้านบาท)

ba มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา

bมูลค่า การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา ประเทศไทยเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ เนื่องจากมูลค่าการส่งออกชายแดนของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่ามูลค่าการนำ เข้าชายแดนกัมพูชา โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้า สินค้าอุปโภคบริโภค สิ่งทอ เป็นต้น ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของสินค้านำเข้าจากกัมพูชาซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้า เกษตรกรรม เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง สิ่งทอ เศษเหล็ก หนังโค-กระบือ สินค้าประมงและปศุสัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากสินค้าของไทยนั้นเป็นที่นิยมและยอมรับของประชาชนชาวกัมพูชาเป็น อย่างยิ่ง

bสำหรับ มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ปี 2551 ที่ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด คือ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ จันทบุรี และตราด มีมูลค่า 50,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีมูลค่า 37,354 ล้านบาท หรือร้อยละ 34.6 ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามูลค่า 44,444 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีมูลค่า 33,232 ร้อยละ 33.7 มีมูลค่าการส่งออกชายแดนของไทยไปกัมพูชา 35,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 34.2 ส่วนมูลค่าการนำเข้าชายแดนจากกัมพูชา 2,928 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 42 (ตารางที่ 14)

ตารางที่ 14: มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ปี 2541-2551

ปี

มูลค่าการค้ารวม

มูลค่าการส่งออก

มูลค่าการนำเข้า

ดุลการค้า

2541

10,041

9,019

1,022

7,997

2542

10,496

9,885

610

9,275

2543

11,250

10,810

439

10,371

2544

15,743

15,359

384

14,975

2545

18,850

18,384

466

17,918

2546

17,782

16,794

988

15,806

2547

23,530

22,083

1,447

20,637

2548

31,128

29,593

1,535

28,057

2549

36,022

34,640

1,382

33,259

2550

37,354

35,293

2,061

33,232

2551

50,299

47,372

2,928

44,444

ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร (มูลค่า: ล้านบาท)

ตารางที่ 15: สินค้าส่งออก-นำเข้าที่สำคัญของจุดการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา

ด่านศุลกากร

สินค้าที่ไทยส่งออกไปยังกัมพูชา

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากกัมพูชา

อรัญประเทศ

1) รถจักรยานยนต์
2) เครื่องยนต์
3) รถยนต์
4) อะไหล่รถจักรยานยนต์
5) อาหารสัตว์

1) เศษเหล็ก
2) เศษอลูมิเนียม
3) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

คลองใหญ่

1) น้ำตาลทราย
2) นมและอาหารเสริม
3) เบียร์
4) สุรา
5) เครื่องดื่ม, น้ำอัดลม, น้ำหวานต่าง ๆ

1) ไม้แปรรูป
2) หวาย
3) หอยลายสด
4) ปูม้าต้มสุกแช่น้ำแข็ง

จันทบุรี

1) กระดาษถ่ายเอกสาร
2) สุกรมีชีวิต
3) เครื่องดื่มประเภทเบียร์
4) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
5) น้ำมันเบนซินพิเศษออกเทน 95

1) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
2) มันสำปะหลัง

กาบเชิง

1) รถจักรยานยนต์
2) รถยนต์
3) เบียร์

1) ไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์จากไม้

ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร

แผนภาพที่ 7: มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ปี 2547-2551

ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร (หน่วย: ล้านบาท)

bแม้ กัมพูชาจะมีนโยบายเปิดเสรีทางการค้า แต่การขาดเงินตราต่างประเทศ ขาดกำลังซื้อ ตลอดจนขาดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่าง ๆ อาทิ การคมนาคม การสื่อสาร และความไม่พร้อมในการเปิดจุดผ่านแดนถาวรยังคงเป็นอุปสรรคทางการค้าที่สำคัญ

bด่านศุลกากรอรัญประเทศ

b ด่านศุลกากรอรัญประเทศมีพื้นที่รับผิดชอบด้านการให้บริการและปฏิบัติงาน ป้องกันและปราบปรามในเขตพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 2 จังหวัด คือ จังหวัดสระแก้ว และปราจีนบุรี มีแนวพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชาเป็นเขตแดนทางบกมีความยาวทั้งสิ้น 165 กิโลเมตร ที่ทำการด่านศุลกากรอรัญประเทศมีหน้าที่และความรับผิดชอบในบริการด้านงาน ธุรการรับ-ส่งหนังสือ และเอกสาร การผ่านพิธีใบขนส่งสินค้า การประเมินราคาค่าภาษีอากรและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ การดำเนินการด้านคดีและของกลาง การเก็บรักษาและจำหน่ายของกลาง และของตกค้าง รวมทั้งการติดต่อประสานงานต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ปฏิบัติงานอื่นอีก ดังนี้

ba ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก (จุดผ่านแดนถาวร/ทางอนุมัติ)

ba จุด ผ่อนปรนการค้า 3 จุด ได้แก่ จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ห่างจากศุลกากรอรัญประเทศประมาณ 75 กิโลเมตร ตรงข้ามบ้านบึงตากวน อำเภอทมอพวก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของด่านศุลกากรบึงตากวนของกัมพูชาจุดผ่อนปรนการค้า บ้านหนองเสือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ห่างจากศุลกากรอรัญประเทศประมาณ 36 กิโลเมตร อยู่ตรงข้ามตำบลมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของด่านศุลกากรพนมมาลัย กัมพูชา และจุดผ่อนปรนการค้าบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ห่างจากด่านศุลกากรอรัญประเทศประมาณ 58 กิโลเมตร อยู่ตรงข้ามบ้านกิโล 13 อำเภอ    สำเภาลูน จังหวัดพระตะบอง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของด่านศุลกากรพนมได กัมพูชา

ba ทางอนุมัติ เฉพาะคราว 3 แห่ง ซึ่งมีหน้าที่ตรวจและควบคุมสินค้าที่ส่งออกหรือนำเข้า ณ ช่องทางอนุมัติเฉพาะคราวตามที่ผู้ส่งออกหรือผู้นำของเข้าร้องขอ ได้แก่ ทางอนุมัติเฉพาะทางบ้านโคกสะแบง อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ตรงข้ามกับด่านศุลกากรปอยเปต กัมพูชา ทางอนุมัติชั่วคราวบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ตรงข้ามกับด่านศุลกากรบึงตากวน กัมพูชา และทางอนุมัติเฉพาะคราวบ้านโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ตรงข้ามกับด่านศุลกากรบึงตากวน กัมพูชา

bที่ ตั้งด่านศุลกากรอรัญประเทศ ถนนสุวรรณศร อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว 27120 โทรศัพท์ 0-3723-1214, 0-3723-0186 โทรสาร 0-3723-1028

bสถิติการค้าชายแดนผ่านด่านอรัญประเทศ 

bไทย ได้ดุลการค้าจากการค้าขายกับกัมพูชาปีละมากกว่าหมื่นล้านบาท โดยในปี 2551 การค้าชายแดนผ่านด่านศุลกากรอรัญประเทศมีมูลค่า 28,263.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 53 แยกเป็นสินค้าส่งออกที่ส่งไปยังกัมพูชามีมูลค่า 26,126.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 52.2 ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากกัมพูชามีมูลค่า 2,136.8 ล้าบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 63.5 โดยที่ไทยเกินดุลการค้ามูลค่า 23,989.6 ล้านบาท สินค้าที่ไทยนำเข้าจากกัมพูชา ได้แก่ เศษเหล็ก เศษอลูนิเนียม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เสื้อผ้าเก่าใช้แล้ว และเมล็ดถั่วเหลือง    เป็นต้น โดยสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังกัมพูชา คือ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์ รถยนต์                         อะไหล่รถจักรยานยนต์ และอาหารสัตว์ เป็นต้น (ตารางที่ 16 และ 17)

ตารางที่ 16: สถิติมูลค่าสินค้าส่งออก-นำเข้า ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ปี 2548-2551

มูลค่า/ปีงบประมาณ

2548

2549

2550

2551

มูลค่ารวม

15,738.8

17,837.3

18,468.3

28,263.2

มูลค่าสินค้าส่งออก

14,910.2

16,642.5

17,161.5

26,126.4

มูลค่าสินค้านำเข้า

828.6

1,194.8

1,306.8

2,136.8

ดุลการค้า

+14,081.6

+15,447.7

+15,854.7

+23,989.6

ที่มา: ด่านศุลกากรอรัญประเทศ (หน่วย: ล้านบาท)

ตารางที่ 17: สินค้านำเข้า-ส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุด 10 อันดับของด่านอรัญประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2551

ลำดับที่

รายการสินค้าส่งออก

มูลค่า

รายการสินค้านำเข้า

มูลค่า

1

รถจักรยานยนต์

2,095.3

เศษเหล็ก

598.9

2

เครื่องยนต์

1,675.6

เศษอลูมิเนียม

414.5

3

รถยนต์

1,576.8

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

219.5

4

อะไหล่รถจักรยานยนต์

1,314.4

เสื้อผ้าเก่าใช้แล้ว

159.4

5

อาหารสัตว์

1,195.9

เมล็ดถั่วเหลือง

146.3

6

ปูนซีเมนต์

939.9

เศษทองแดง

141.8

7

รถไถ

739.9

เศษกระดาษ

136.9

8

ผ้าถัก

633.1

เสื้อผ้าสำเร็จรูป

67.5

9

สุกร

530

มันสำปะหลัง

55.3

10

เสาโทรคมนาคม

456.1

สัตว์น้ำ

38.1

11

อื่น ๆ

14,969.3

อื่น ๆ

158.5

รวม

26,126.4

รวม

2,136.8

ที่มา: ด่านศุลกากรอรัญประเทศ (หน่วย: ล้านบาท)

b ด่านศุลกากรคลองใหญ่

bด่าน ศุลกากรคลองใหญ่ได้เปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ตำบลหาดเล็ก อำเภอ      คลองใหญ่ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 21 กันยายน 2540 ซึ่งพื้นที่ตรงข้ามด้านกัมพูชา คือ บ้านจามเยี่ยม อำเภอมณฑลสีมา จังหวัดเกาะกง สำหรับการเดินทางเข้า-ออก บริเวณจุดผ่านแดนถาวรยังใช้แนวทางการปฏิบัติแบบเดิม โดยมีเส้นทางการขนส่งสินค้าทั้งทางบก (เข้าสู่จังหวัดเกาะกง กัมพูชา ส่วนมากเป็นรถบรรทุกสิบล้อ และทางทะเลโดยใช้เรือประมงดัดแปลงที่มีระวางน้ำหนักเรือไม่เกิน 5 ตัน ซึ่งสามารถขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือขนาดเล็กใกล้กรุงสีหนุวิลล์ (กัมปงโสม) ได้ ในปัจจุบันมี        ท่าเทียบเรือเอกชน 4 ท่า คือ ท่าเรือกัลปังหา ท่าเรือชลาลัย ท่าเรือเกษมศิริ และท่าเรือเกษมศิริ คลองสน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ท่าเทียบเรือกัลปังหา และท่าเทียบเรือชลาลัยเป็นหลักในการขนส่งสินค้าไปกัมพูชา

bที่ตั้งด่านศุลกากรคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด 23110

bสถิติการค้าชายแดนผ่านด่านคลองใหญ่

b การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านด่านคลองใหญ่ได้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นซึ่งแปรผันตรงกับมูลค่าการส่งออกที่ เพิ่มขึ้น โดยในปี 2551 (มกราคม-เมษายน) ไทยส่งออกสินค้าผ่านด่าน    คลองใหญ่ได้สูงถึง 5,600.6 ล้านบาท ส่งออกสินค้าได้ 5,589.2 ล้านบาท (ตารางที่ 18) สินค้านำเข้า 5 อันดับที่สำคัญ ได้แก่ ไม้แปรรูป หวาย หอยลายสด ปูม้าต้มสุกแช่น้ำแข็ง และอะไหล่รถแทรกเตอร์เก่าใช้แล้วโดยสินค้าส่งออก 5 อันดับที่สำคัญ ได้แก่ น้ำตาลทราย นมและอาหารเสริม เบียร์ สุรา และเครื่องดื่ม น้ำอัดลม น้ำหวานต่าง ๆ

ตารางที่ 18: สถิติมูลค่าสินค้าส่งออก-นำเข้า ด่านศุลกากรคลองใหญ่ปีงบประมาณ 2550-2551 (มกราคม-เมษายน)

มูลค่ารวม

4,707.1

5,600.6

19

มูลค่าสินค้าออก

4,694.8

5,589.2

19.05

มูลค่าสินค้าเข้า

12.3

11.4

-7.3

ดุลการค้า

4,682.5

5,577.8

19.1

ที่มา: ด่านศุลกากรคลองใหญ่ (หน่วย: ล้านบาท)

bด่านศุลกากรจันทบุรี

bด่าน ศุลกากรจันทบุรีเป็นด่านศุลกากรทางทะเลด้านอ่าวไทย ในอดีตขนส่งสินค้าทางทะเลแต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้การขนส่งทางบกแทน ซึ่งมีช่องทางการขนถ่ายสินค้าโดยแยกเป็นจุดผ่านแดนถาวร 2 จุด และจุดผ่อนปรน 3 จุด ดังนี้

bจุดผ่านแดนถาวร

ba บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ตรงข้ามกับบ้านพรม กรุงไพลินเปิดให้ผ่านแดนระหว่างเวลา 07.00-20.00 น.

ba บ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ตรงข้ามกับ อำเภอกุมเรียง จังหวัด     พระตะบอง เปิดให้ผ่านแดนระหว่างเวลา 07.00-20.00 น. ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2546

bจุดผ่อนปรน  

ba บ้าน ซับบารี อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ตรงข้ามกับบ้านโอลำดวน อำเภอพนมปึก จังหวัดพระตะบอง โดยจังหวัดจันทบุรีประกาศเปิดให้ผ่านแดนระหว่างเวลา 07.00-16.00 น.

ba บ้าน สวนส้ม อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ตรงข้ามกับบ้านสังกะสี อำเภอ    กุมเรียง จังหวัดพระตะบอง โดยจังหวัดจันทบุรีประกาศเปิดให้ผ่านแดนระหว่างเวลา 07.00-16.00 น.

ba บ้าน บึงชนังล่าง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ตรงข้ามกับบ้านสวายเรียง อำเภอกุมเรียง จังหวัดพระตะบอง โดยจังหวัดจันทบุรีประกาศเปิดให้ผ่านแดนระหว่างเวลา 07.00-   16.00 น.

bสถิติการค้าชายแดนด่านจันทบุรี

bการ ค้าชายแดนด่านจันทบุรีถึงแม้จะมีมูลค่าการส่งออก-นำเข้าสินค้าไม่สูงเท่า ด่าน      คลองใหญ่และด่านอรัญประเทศที่มีมูลค่ารวมถึงหมื่นล้านบาท แต่การค้าชายแดนจันทบุรีก็ทำให้ไทยได้ดุลการค้ามาโดยตลอด โดยสินค้าส่งออกของไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องดื่มประเภทเบียร์ ขนม กระดาษถ่ายเอกสาร น้ำมันเบนซินพิเศษออกเทน 95 และปูนซีเมนต์ ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรียังเป็นจังหวัดนำร่องในโครงการลงทุนเกษตรแบบมีพันธะสัญญา (Contract Farming) กับกัมพูชาเนื่องจากมีการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรมาก (ตารางที่ 19 และ 20)

ตารางที่ 19: สถิติมูลค่าสินค้าส่งออก-นำเข้า ด่านศุลกากรจันทบุรี ปีงบประมาณ 2549-2551

มูลค่า/ปีงบประมาณ

2549

2550

2551

มูลค่ารวม

3,024.5

1,610.4

2,115.4

มูลค่าสินค้าส่งออก

2,870.5

1,319.2

2,022

มูลค่าสินค้านำเข้า

154

291.2

93.4

ดุลการค้า

+2,716.5

+1,028

+1,928.6

ที่มา: ด่านศุลกากรจันทบุรี (หน่วย: ล้านบาท)

ตารางที่ 20: สินค้านำเข้า-ส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุด 10 อันดับของด่านจันทบุรี ประจำปีงบประมาณ 2551

ลำดับที่

รายการสินค้าส่งออก

มูลค่า

รายการสินค้านำเข้า

มูลค่า

1

กระดาษถ่ายเอกสาร

198.1

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

303.6

2

สุกรมีชีวิต

166.3

มันสำปะหลัง

116.8

3

เครื่องดื่มประเภทเบียร์

141.9

เมล็ดถั่วเหลือง

68.6

4

น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว

134.0

น้ำมันยางธรรมชาติ

7.84

5

น้ำมันเบนซินพิเศษออกเทน 95

119.3

เมล็ดงา

3.92

6

เครื่องดื่มประเภทวิสกี้

101.8

ปลาน้ำจืดหมักเกลือ

3.41

7

ปูนซีเมนต์

96.1

เมล็ดทางตะวัน

1.5

8

ขนม

93.2

ไม้ไผ่

1.47

9

น้ำมันพืช

85.9

เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์

0.39

10

น้ำผลไม้

81.8

ข้าวเจ้าขาว (40%)

0.33

ที่มา: ด่านศุลกากรจันทบุรี(หน่วย: ล้านบาท)



 
 

 

home